Primal เอเจนซี่การตลาดดิจิทัล ภายใต้การนำของ Mark McDowell หนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่ถูกคัดเลือกโดย Forbes ในแคมเปญ 30 Under 30 เข้าร่วมกลุ่มเอเจนซี่ดิจิทัลระดับโลกพร้อมโปรเจกต์ NFT แบบเอ็กซ์คลูซีฟ



สิงคโปร์ - Media OutReach - 15 พฤศจิกายน 2564 – เส้นทางสู่การเป็นดิจิทัลเอเจนซี่ที่เติบโตเร็วที่สุดของประเทศไทยนั้นไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ เพราะพวกเขาขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และไม่หยุดที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด

 



Primal ภายใต้การนำของ Mark McDowell หนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลที่ถูกคัดเลือกโดย Forbes ในแคมเปญ 30 Under 30 ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายดิจิทัลเอเจนซี่ที่มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้นจากการรวมกลุ่มของแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ (Superbrand) ในชื่อ Superist


ด้วยการนำทางของ Primal ผู้เชี่ยวชาญการตลาดดิจิทัล แบรนด์ Superist เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างชื่อเสียงด้านดิจิทัลให้ไปไกลในระดับโลก และนอกจากจะมีการเปิดตัวในฐานะ 'Superbrand' รายใหม่แล้ว Superist ยังเตรียมเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนโทเคน NFT ของตัวเอง และมีแผนเปิดให้ลูกค้าชำระเงินโดยใช้สกุลเงินดิจิทัลในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้อีกด้วย


ในการเปิดตัวครั้งนี้ Superist ได้ปล่อย NFT 9 โทเคนใน OpenSea โดยแต่ละโทเคนนั้นแทนด้วยผู้นำหรือผู้บริหารรายสำคัญจากเอเจนซี่ต่างๆ ที่อยู่ภายในกลุ่ม Superist นี้ และแต่ละ NFT ยังมีเวลาให้ 1 ชั่วโมงเพื่อพูดคุยกับผู้นำรายนั้น ๆ ซึ่งจะแลกรับได้ทันทีหรือภายหลังก็ได้ และยิ่งเจ้าของถือครองโทเคน NFT ไว้นานเท่าไร มูลค่าก็จะยิ่งสูงขึ้นเมื่อกลุ่มประสบความสำเร็จมากขึ้น


ปัจจุบัน กลุ่ม Superist ประกอบด้วย Appscore (ออสเตรเลีย), Chili (บราซิล, ปานามา, เม็กซิโก), CODI Agency (ออสเตรเลีย) First Page (ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, สิงคโปร์), Lisnic (ออสเตรเลีย), Primal (มาเลเซียและไทย), Removify (ออสเตรเลีย) และ USEO (ตะวันออกกลาง) ซึ่งบริษัทที่กล่าวมาข้างต้นนี้ มีบริการด้านต่าง ๆ มากมายทั้งการตลาดดิจิทัล การสร้างสรรค์คอนเทนต์ การบริหารจัดการชื่อเสียง การพัฒนาแอปฯ และเว็บไซต์ รวมถึงการจัดหาวิทยากรผู้มีชื่อเสียงและการให้คำปรึกษาทางออนไลน์


Mark McDowell ซีอีโอแห่ง Primal กล่าวว่า "นี่คือช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นของเอเจนซี่ที่เราจะได้ใช้ประสบการณ์ในระดับภูมิภาคของเรามาร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อส่งมอบผลลัพธ์แบบบูรณาการให้กับทั่วทั้งภูมิภาค และสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ที่รวมกันภายใต้กลุ่ม Superlist เพื่อมอบข้อเสนอมากมาย"


Nick Bell หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Primal ผู้ที่ถูกจัดอันดับที่มีฐานะร่ำรวยในออสเตรเลีย คือแรงผลักดัน เป็นอยู่เบื้องหลัง Superist หลังเปิดเอเจนซี่ First Page สาขาออสเตรเลียไปไม่นาน Bell พบว่ามีช่องโหว่ในตลาด ในการที่จะทำให้กลุ่มดิจิทัลเอเจนซี่ที่มีความเป็นอิสระ สามารถช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ เติบโตได้อย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จในโลกดิจิทัลได้ง่ายขึ้น


Bell อธิบายว่า "เนื่องจาก Superist ไม่ได้เป็นบริษัทในตลาดหุ้นจึงมีอิสระอย่างเต็มที่ และนั่นหมายความว่าเราไม่ต้องคอยทำตามคำสั่งของผู้ถือหุ้น ซึ่งทำให้เราสามารถให้ความสำคัญกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อยู่เสมอ เราสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดต่าง ๆ ด้วยโครงการที่เราเป็นผู้ริเริ่มในตลาดเป็นเจ้าแรก ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าของเราประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดในโลกดิจิทัลที่มีการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง"


ลูกค้าของกลุ่มบริษัท Superist มีทั้ง McDonald's, Intel, Mercedes Benz, Uber, Colgate, L'Oreal, Bayer, Rolex, McLaren และ Marc Randolph ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix


ลิงก์สำหรับไปยังเว็บไซต์ของ Superist: https://superist.com/

ลิงก์สำหรับไปยังหน้าการประมูล NFT ที่ OpenSea: 

https://opensea.io/collection/superist-launch


#Superlist

SOURCE:

Superist

CATEGORY:

Business

READ IN:

English

PUBLISHED ON:

15 Nov 2021

Past Press Releases

MORE

Talk to Media OutReach today

CONTACT US NOW